สวัสดี python


มันเป็นเรื่องสนุก 

    ผมสนุกที่ได้เกิดมาใช้ชีวิตอยู่ในช่วงรอยต่อแห่งยุคสมัย แบบที่วัยเด็กนั้นละแวกบ้านไม่มีบ้านไหนเลยจะมีเกมส์คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ยังเป็นขาวดำแบบบิดเปลี่ยนช่อง และต้องอาศัยดูจากบ้านเพื่อนบ้านเท่านั้น วัยเด็กๆเราเล่นสนุกด้วยการ ขุดดิน ว่ายน้ำในคลอง เอาไม้วิ่งไล่ตีกัน ทำลวดลายบนผนัง ทำลายต้นไม้ข้างบ้าน จับแมลง ปีนป่ายต้นมะขาม เป่ากบ โดดยาง เป่าลูกดอก จับปลา ยิงนก เพื่อความสนุกตามประสา และเติบโตขึ้นมามีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบัน ค่อยๆเห็นโลกได้พัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างมาก จากจดหมายและโทรเลขมาถึงอีเมลล์, จากทีวีขาวดำแบบบิดมาเป็นทีวีจอแบนจอโค้งแนบฝาบ้าน, จากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมาถึงแทปเล็ต และอื่นๆ ด้วยความรักและสนใจของเล่นจริงจังเหล่านี้ ผมก็พัฒนาหาความรู้พาตัวเองมาเป็นคนทำซอฟต์แวร์จากทำให้สะดวกกับงานที่ตัวเองทำที่ทำงานมาเป็นงานอดิเรกทำให้ที่ทำงานเพื่อนฝูง และไหลมาสู่วิถีชีวิตนักพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นอาชีพ อยู่ในทุกวันนี้ (ใช่ครับจะบอกว่าทำมาจนแก่ก็ไม่ผิด 55+) 

ผมคิดว่าเป็นคนนึงที่ได้เห็น ได้ลอง ได้เล่น เครื่องไม้เครื่องมือใหม่ๆเจ๋งๆในโลกมามากมายทีเดียว เพราะถ้ารู้ว่ามีอะไรใหม่ๆ ที่เปิดให้ลองจับจูบลูบคลำได้ ผมก็ไปเอามาลองแทบทันทีที่รู้ ถ้าสรุปแบบเร็วๆขณะที่กำลังพิมพ์อยู่นี้ ก็พอเล่าได้ว่าพัฒนาการของเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับ Dev ก็มีมาใหม่เรื่อยๆในหมวดต่างๆอย่างเช่นว่า... 

  • พัฒนาไวยากรณ์ไปจนถึงภาษาใหม่ๆที่ทำให้ Code เขียนง่ายขึ้น อ่านง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาทำ Document ต่างๆ เอาว่าดู Code ก็รู้เลยว่า Flow ยังไง บางภาษาบังคับกันแบบว่าเอากระทั่งการเคาะย่อหน้า การเว้นวรรคก็บังคับ (ซึ่งเอาจริงๆอันนี้ผมว่าไม่ใหม่นะ เป็นการพัฒนาการย้อนกลับมากกว่า อันนี้สมัยก่อนก็เป็นแบบนี้เพราะเราต้องเข้าใจคอมพ์หน่อย เพราะสมัยนั้นให้เขียนภาษาให้เข้าใจคนมันยาก แต่มาสมัยนี้ Dev แต่ละคนมาเขียนกันคนละสไตล์มันต่อยอดกันยาก เลยต้องคุมกันหน่อยนั่นเอง เรียกว่าพัฒนาการไหลย้อนกลับก็ว่าได้นะอันนี้ 55+)
  • เพิ่มฟังก์ชั่นที่ทำให้ตัวภาษาเดิมเก่งขึ้น
  • เพิ่ม OOP , มีคลาสมาตรฐานเฉพาะทางใหม่ๆเพื่อเพิ่มความสะดวก
  • ออกแบบวิธีการจัดการงานและการประมวลผล เพื่อให้คิดได้ผลลัพธ์เร็วยิ่งขึ้น ไปจนถึงการทำงานแบบโครงข่ายประสาท
  • ออกแบบวิธีการแสดงผลใหม่ๆ
  • สร้างเฟรมเวอร์คใหม่ๆที่สร้างมาหุ้มทั้ง Front End / Back End เพื่อลดการต้องสร้างซ้ำในขั้นตอนเดิมๆตอนขึ้นระบบเพื่อทำให้ขึ้นโครงระบบได้เร็วขึ้น เป็นมาตรฐานขึ้น
  • เพิ่มความสะดวกในแง่การทำงานด้วยกันของ Dev หลายๆคน
  • พัฒนา Virtual Meachine ให้นำโปรแกรมไปรันในเครื่องต่างระบบได้
  • อุดช่องโหว่และเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์
  • ลดการเขียนโค๊ดลง เป็น low-code และ no-code plateform 
  • และอื่นๆอีกมากมายหลายมิติ

อยากเป็นโปรแกรมเมอร์..เรียนภาษาอะไรดี?

    อันนี้แล้วแต่ว่าคุณจะเอาไปทำอะไร เครื่องมือต่างๆก็คงมีมาใหม่อีกเรื่อยๆ และขยายขอบเขตให้กว้างขึ้นสู่การเป็นภาษาพื้นฐานที่เรียนครั้งเดียวใช้ได้ทุกวงการอยู่แล้ว อย่างการพัฒนาการข้างต้นนั่นผมเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นแค่ตัวเปิด และที่สุดก็ไม่พ้นกฏไตรลักษณ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป อะไรที่จะอยู่ได้นานๆหน่อยก็ต้องมีบางอย่างรองรับอย่างแข็งแรง และที่ดีมากๆสำหรับโลกของการพัฒนาซอฟต์แวร์ก็คือสังคมผู้ใช้งานหรือ "Communities" นั่นเองครับ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน ความต้องการใหม่ๆเกิดขึ้นตลอด หากไม่มีสังคมผู้ใช้งานมาผลักดัน ภาษาเหล่านั้นจะถูกลืมและไม่พัฒนาต่อ พอปรับตัวไม่ทันเครื่องมือใหม่ๆภาษาใหม่ๆก็เข้ามาแทรกช่องว่างนั้นได้ และแย่งชิงความนิยมไป

เริ่ม Blog นี้เพราะอะไร?

หลายวันก่อนมาเขียนโพสต์แรกใน Blog นี้ผมได้ลองถ่ายทอดความรู้การเขียนโปรแกรมให้ลูกชายด้วยภาษา Python แม้ตัวเองถนัดภาษาอื่น แต่เพราะคิดว่าโรงเรียน และมหาวิทยาลัยยังไงก็เอา Python มาสอนอยู่ดีไม่อยากให้ลูกสับสน พอจับมาใช้และได้มีโอกาสช่วยลูกชายฝึกวิธีคิดและออกแบบเชิงวิศวกรรมนั้นพบว่าเป็นภาษาที่เจ๋งที่สุดแห่งยุคภาษานึงเลย แถมมีไลบราลี่เจ๋งๆที่เหล่าผู้เยี่ยมยุทธทำไว้ให้ใช้ฟรีมากมาย เอามาต่อยอดใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องไปทำเรื่องยุ่งยากนั้นเอง บางความคิดเมื่อคิดแล้วอยากจะแบ่งปันเลยมาเขียนใน Blog ซะเลย และส่วนใหญ่ก็ไว้ทวนเองนี่แหละไม่ได้กะจะสอนใคร แต่พูดมาถึงตรงนี้ก็อยากเชียร์ให้หาเรียน python กันนะครับมันเป็นภาษาหนึ่งที่มีพัฒนาการดีเพราะ 
  • มีสังคมผู้ใช้งานเข้มแข็ง, ในหลายประเทศ รวมถึงมีองค์ความรู้จากภาคการศึกษาหลักและภาคสมัครใจส่งเสริมอย่างแพร่หลาย
  • ไวยากรณ์ไม่ยากไม่ง่ายเกินไป เหมาะสมกับการเรียนรู้ มันไม่ยากจริงๆครับ
  • เริ่มใช้งานได้ฟรี เมื่อเกิดปัญหา Google ไปแป๊บๆก็ได้คำตอบ 
  • มีไลบราลี่เจ๋งๆต่างๆมากมาย ชนิดที่ว่าหากพัฒนาด้วยภาษาอื่นๆด้วยตัวเองบางครั้งคุณต้องใช้เวลามากกว่าเป็น 10-50 เท่า 
  • เป็นภาษาที่ใช้งานได้ทั่วไป เหมาะทั้งงานเชิงวิศวกรรม งานวิทยาศาสตร์ข้อมูล และงานปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ
  • มีความรู้จากภาคการศึกษาส่งเสริมอย่างแพร่หลาย


สำหรับเพื่อนๆที่เป็นผู้ปกครองและน้องๆนักศึกษาที่สนใจงานด้านเทคโนโลยีหรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล ผมคิดว่า python จะเป็นภาษาที่ได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายปีต่อจากนี้เหมือนช่วงนึงที่โลกนิยมพัฒนาระบบด้วยภาษายอดนิยมต่างๆอย่าง C , C++ , Pascal , VB , Java , PHP มาแล้วนั่นเอง ดังนั้นอยากแนะนำให้ศึกษา python ไว้ดีกับคุณและโลกครับ พวกเราจะได้คุยภาษาเดียวกัน ;p

คาดหวังอะไรจาก Blog นี้ได้บ้าง?

    เนื่องจากตัวผมเอง เคยประสบปัญหาในการ code หลายๆครั้ง และก็ได้ประโยชน์จากการ Google มาเจอคำตอบจากที่มีผู้รู้หลายคนโพสต์ไว้ ทั้งที่ตรงกับปัญหาบ้าง ไม่ตรงกับปัญหาบ้าง แต่ก็ช่วยให้สร้างไอเดียหลุดจากปัญหาได้ในที่สุด ผมจึงอยากโพสต์ไว้เป็นประโยชน์คืนกลับสู่สังคมบ้าง ที่คาดหวังก็มีอยู่เท่านี้เอง เนื่องจากโพสต์นี้เป็นโพสต์แรก จึงไม่อยากสัญญาอะไรให้คาดหวังอะไรมากไปกว่าจะบอกว่า โพสต์ต่อๆไปผมจะพยายามโพสต์อะไรที่จะเป็นประโยชน์ช่วยแก้ปัญหา python หรือมีส่วนช่วยนำทางให้เพื่อนๆหลุดจากปัญหาการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้บ้างก็ดีใจแล้วครับ ไว้เจอกันใหม่ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.